© 2013 Ping. All rights reserved.

ตะลุยกินแหลก!!! โตเกียว: ภาคย่อย Tokyo Game Show 2013

ไม่ได้อัพเดทนานเลยครับ เมื่อเดือนก่อนได้ไปทำธุระที่ญี่ปุ่น ช่วงนี้ทำโปรเจ็คเกมส่วนตัวบน ios กับทีม แล้วได้ไปเปิดบูธเล็กๆที่งาน Tokyo Game Show 2013 ในวันที่ 19-22 กันยายนที่ผ่ารมาครับ

เกม Zombie Hero เป็นแนว Action2D บน ios จะเปิดให้โหลดในต้นปีหน้าครับผม

คลิป Trailer ของเกมครับ

ภาพบรรยากาศเล็กน้อยในงานครับ

ใครสนใจสามารถติดตามได้ที่แฟนเพจนะครับ^^ https://www.facebook.com/secretcharsg



เนื่องจากเน้นทำทำธุระซะส่วนใหญ่เลยได้ตะลุยกินไม่เต็มที่เท่ารอบก่อนๆนะครับ แต่ก็พยายามไปเก็บตกร้านที่พลาดจากรอบก่อนซะมากกว่า

ร้านแรก ร้านทงคัตสึยามะอิจิ อยู่ใกล้ๆสถานี Awajicho แต่พอดีมาซื้อของที่อากิบะ ก็ใช้เวลาเดินมาประมาณ 10นาทีก็ถึงครับ

หน้าร้านครับ

ตอนมาคนเต็มต้องต่อคิวซักพักนึง เข้ามามีที่ให้นั่งรอคิวครับ ถ้าเกินก็ยืนรอข้างนอก

เข้ามาเป็นร้านเล็กๆบรรยากาศดูอบอุ่นดีครับ

ร้านค่อนข้างแคบ มีที่นั่งตรงเคาเตอร์ ที่นั่งสำหรับ 2คน 1โต๊ะ และที่นั่งรวมๆตรงกลางครับ ถ้ามาหลายคนอาจจะลำบากหน่อย

ช่วงที่รอก็ดูเมนูไปก่อน ผมเล็งเนื้อสันนอกไว้

ได้ที่นั่งแล้ว เสิร์ฟชาและผักดองมาก่อน ชาที่นี่อร่อยมากครับ ชอบๆ

โต๊ะรวมตรงกลางก็ใช้เครื่องปรุงร่วมกัน

รอซักพักใหญ่ๆก็ได้สันนอกของผมก็มาแล้ว หน้าตาดีมากๆ (1,500เยน)

สีสันสวยงามสุดๆ

ดูข้างในหน่อยดีกว่า น้ำจากเนื้อไหลชุ่มฉ่ำสุดๆ

กินพร้อมข้าวนี่ฟินมากๆ

ซุปมิโสะก็เข้มข้น อร่อย

สำหรับร้านนี้ หมูทอดอร่อยครับ แต่ก็ไม่ได้อร่อยอลังการแบบร้านนาริคุระ หรือ ร้านมันเจที่โอซาก้า แต่ถ้าผ่านมาแถวนี้ก็คุ้มค่าที่จะแวะมาลองกินครับ

ร้านยามะอิจิ
เปิดจันท์-ศุกร์
11:00~14:20(LO)
17:00~20:20(LO)
วันเสาร์
11:00~14:00
(หยุดวันอาทิตย์)

แผนที่ร้าน http://tabelog.com/tokyo/A1310/A131002/13042246/dtlmap/

ร้านต่อมาเป็นร้านที่มาแบบไม่ได้ตั้งใจครับ ตอนแรกจะมาร้านไก่ย่างที่สถานีเมกุโระ แต่เนื่องจากไม่ได้จอง เลยอด

หน้าตาร้านที่อดกินครับ ไว้วันหลังมาจะจองก่อน

แต่เนื่องจากหิวมาก เลยซัดร้าน มารุโทมิซุยซัน เป็นร้านแนวอิซากายะข้างๆแทนครับ เห็นคนเต็มร้านเลย

ภายในร้านครับ ได้มานั่งบนชั้น 2

เมนูร้านครับ (มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย) ร้านนี้อาหารราคาไม่แรงด้วย

อย่างแรกมาแล้วครับ หอยสึบุ เนื้อกรุบกรอบ หวาน หมักซอสได้อร่อยมากครับ

ชุดใหญ่มาแล้วครับ ไดเซกิ (1,380เยน) จะเป็นการรวมพวกของสดๆตามฤดูกาลที่ร้านแนะนำ

ปลาเนื้อขาวจำไม่ได้ว่าเป็นอะไรครับ น่าจะเป็นฮามาจิกับปลาไท

เป็นยำแบบญี่ปุ่น

คัตสึโอทาทากิ

ทามาโกะ ปั๊มชื่อร้าน

ไม่แน่ใจว่าเรียกอะไรครับ ประมาณเนงิโทโร่

จานนี้ชอบมากครับ เทมปูระอานาโงะ ชิ้นโตๆ เต็มๆคำ

จิ้มซอสแล้วซัดเลย!!!

บุคคาเกะซูชิ (1,280เยน)

ร้านนี้เป็นร้านที่เน้นความคุ้มค่า แล้วก็คุ้มค่าจริงๆ รสชาติก็อร่อย ของก็สด ทั้งหมดที่กินค่าเสียหาย 4,700 เยนครับ แต่ไม่ถึงกับเป็นร้านที่ต้องเดินทางไกลๆมากิน เพราะหาได้ทั่วไปในโตเกียวครับ

ร้านมารุโทมิซุยซัน
เปิดทุกวัน 17:00~23:00

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1316/A131601/13043710/dtlmap/

เนื่องจากรอบนี้ที่ไปเน้นไปออกบูธที่งาน Tokyo Game Show และจากประสบการณ์เมื่อหลายปีก่อนเคยมาเที่ยวในงานและจำได้ว่า อาหารในงานรสชาติไม่เอาไหนสุดๆ ดังนั้นจึงดั้นด้นไปสถานีโตเกียวตั้งแต่เช้า ไปหาซื้อเสบียงมาไว้กินครับ

ต่อไปนี้จะเป็นหมวดข้าวกล่องล้วนๆ

ที่สถานีรถไฟ JR ใหญ่ๆจะมีร้านข้าวกล่องที่จะรับข้าวกล่องแบรนด์ต่างๆมาขายครับ ตัวอย่างร้านนึงที่ผมไปซื้อมา

มีหน้าตาภายในให้ดูก่อนตัดสินใจด้วย น่ากินทุกกล่องเลย

กล่องแรก อาหารลูกผู้ชาย!! (1,000เยน)

เครื่องอัดมาแน่นกล่องมาก

กล่องนี้ของชอบผมเลย ยาวะรากะอานาโงะเบนโตะ ข้าวกล่องปลาไหลญี่ปุ่น (1,000เยน)

เปิดมาน่ากินสุดๆ

เนื้อเน้นๆ ชิ้นโตๆ เนื้อนุ่ม มัน อร่อยสุดๆ

ราดซอสพร้อมกิน ฟินสุดๆครับ

กล่องนี้ก็เด็ด ฮิไนจิโดริเมชิเบนโตะ ข้าวกล่องไก่ฮิไน ไก่แบรนด์ขึ้นชื่อจากจังหวัดอากิตะ (1,000เยน)

หน้าตาภายในกล่องครับ หน้าตาดีสุดๆ

ไก่ฮิไน เนื้อแน่น รสชาติชาติเข้มข้น

เครื่องอื่นๆก็อัดมาอย่างเต็มที่

มีของหวานเป็นถั่วดำหวานมาให้ด้วยครับ ตบท้ายล้างปากได้พอดีเลย

กล่องนี้ โทคุโจตันชิโอจู ข้าวกล่องลิ้นวัวย่างเกลือพิเศษ (1,500เยน)

กล่องนี้พิเศษตรงที่มีเส้นตรงนี้ให้ดึง เมื่อดึงแล้วข้าวกล่องก็จะอุ่นร้อนทันที!!! เป็นระบบการอุ่นร้อนที่ไหนก็ได้ครับ

เบื้องหลังการอุ่นร้อน ด้านล่างจะมีถุงที่ทำปฎิกิริยาเมื่อดึงเชือกทำให้เกิดความร้อนด้านล่างใต้กล่องข้าวครับ

รอแป๊บนึงก็ได้ข้าวกล่องร้อนฉุยเลย

ลิ้นวัวสัมผัสกรุบกรอบ รสเข้มข้น อัดมาเต็มกล่องเลย

กล่องต่อไปเป็นแนวอาหารทะเลกันบ้าง คิตะโนะไคเซ็นซูชิ (1,160เยน)

ข้างในเรียบง่ายแต่ประกอบไปด้วยเครื่องที่หรูหรามากๆ

หอยเม่นปรุงรส หวานมัน เค็มนิดๆ เข้ากับข้าวซูชิสุดๆ

ปูสุไว รสหวาน ชอบมากๆ

และตบด้วยอิคุระ ไข่ปลาแซลมอนดอง เค็มนิดๆ

กล่องเมื่อกี้ว่าเด็ดแล้ว กล่องนี้ยิ่งเด็ด และราคาถูกกว่านิดนึงด้วย คิตะโนะอุมิ โคะดซึคุชิ (1,050เยน)

เครื่องเยอะมากๆ แต่ขนาดกล่องเล็กกว่ากล่องที่แล้วนะครับ

หอยเม่นปรุงรสใส่มาเยอะมากๆ

ปูสุไวก็เต็มที่

กล่องนี้มีปล่าแซลมอนมาด้วย

ตบด้วยอิคุระ พูดถึงความคุ้มค่ากล่องนี้แจ่มกว่าครับผม หลากหลายและเครื่องแน่นกว่าครับ

ซื้อที่สถานีโตเกียว ก็ต้อง โตเกียวเบนโตะครับ (1,600เยน)

ในกล่องมีโปสการ์ดที่ระลึกด้วย

ข้าวและเครื่องมาเต็มกล่องเลย

ฟักทอง รากบัว และอื่นๆอัดมาเต็มที่

ข้าวก็อร่อย

ปลาแซลมอนย่าง หอมมันสุดๆ

ทามาโกะ หวานๆ ตัดกับรสเค็มของแซลมอนย่าง

มีตบท้ายล้างปากด้วยของหวานด้วยครับ

มาอีกกล่องขายดีครับ ฟูจิซังนิวะโทริเมชิ ข้าวกล่องไก่ภูเขาไฟฟูจิ (950เยน)

เปิดมา พลาสติกห่อมีลายใบเมเปิ้ลสีแดงแสดงถึงฤดูใบไม้ร่วงด้วย

ได้เวลาลิ้มรสแล้วววว

เครื่องเพียบ

ไก่สับปรุงรส รสชาติซอสจะออกหวานๆ เค็มๆ กินกับข้าวพอดีสุดๆ

กล่องนี้ก็มีของหวานตบท้ายให้ด้วย

ต่อด้วยข้าวกล่อง ทตโทริกิวเบนโตะ (1,150เยน)

กล่องนี้ก็มีอุ่นร้อนนะครับ

มาแบบเต็มๆคำ ซอสหอม ยิ่งกินตอนร้อนๆนี่ไม่ต้องพูดถึง

ตบท้ายด้วยกล่องนี้ก็เป็นอีกกล่องที่ชอบมากครับ ขายดีสุดๆ ถ้าไปสายๆนี่ไม่เหลือนะครับ เป็นข้าวกล่องจากมันสึคะวะที่จังหวัดยามะกาตะ ข้าวกล่องเนื้อย่าง (1,500เยน)

ในกล่องอัดเนื้อย่างซอสมาเต็มที่เลย รสหวานเค็มของซอสอร่อยมากๆ เนื้อก็นุ่ม

เนื้อเน้นๆ

ก้อนนี่ก็อร่อยครับ เป็นแฮมเบิร์กข้างนอกเป็นเจลาติน

หลังงานในวัน Business Day ก็มีงานประกาศผลรางวัล Tokyo Game Show Award 2013 ด้วย

และในงานก็มีเลี้ยงอาหารด้วย

หน้าตาอาหารก็ดีมากๆ รสก็เลิศสุด

ส่วนร้านนี้เป็นร้านอยู่ที่สถานี Kihinmakuhari ที่จัดงาน Tokyo Game Show ครับ เนื่องจากไม่ค่อยมีทางเลือกมาก แถมเป็นช่วงหยุดยาว ร้านแถวนี้ก็เต็มหมด เลยเลือกร้านยากินิคุซักร้าน

ก็ได้ร้านนี้ครับ ร้านทาคาโตริกิ เจ้าของร้านเป็นอดีตซูโม่เลยทีเดียว

ภายในร้านครับ

เมนูก็เน้นหนักๆสมกับเป็นนักซูโม่เก่าจริงๆ อย่างเมนูนี้คือรวมเอาเนื้อส่วนต่างๆมาหมักรวมกัน หนักรวม 1กก.

ส่วนเมนูนี้คือการนำเนื้อชั้นดีที่ร้านคัดสรร รวมหนักกว่าครึ่งกก.ครับ

ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน ซัดลูกเดียว

จัดการปิ้งย่างเลยยยย

ข้าวพร้อมมมม

น้ำจิ้มพร้อมมม

เนื้อย่างแบบมิเดียมจิ้มน้ำจิ้ม พุ้ยพร้อมข้าวตอนหิวๆนี่ สุดยอดจริงๆครับ

เครื่องเคียงผักอื่นๆกินแกล้ม แบบนี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ

ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 18,170เยน ร้านนี้รสชาติไม่ได้พิเศษกว่าร้านอื่นๆทั่วไปเท่าไหร่ครับ แต่ด้วยความเยอะแบบพิเศษๆ เลยกินได้อย่างสะใจจริงๆ สำหรับร้านนี้ไม่มีพิกัดให้นะครับ

ส่วนร้านนี้เป็นร้านที่เพื่อนที่ญี่ปุ่นพาไปกินครับ พอดีเค้าพักแถว Asakusa บอกว่าร้านนี้ดังมากๆ เลยจัดการจองไว้ให้ครับ

ร้านนี้อยู่ใกล้ๆวัดเซนโซเลย แต่ทางเข้าวัดเซนโซวันนี้ โคมยักษ์กำลังซ่อมอยู่ เพื่อนบอกว่าเค้าอยู่มาหลายปีเพิ่งเคยเห็นแบบนี้ล่ะ เอารูปแปะแทน

มืดแล้วร้านรวงก็ปิดหมดแต่คนก็ยังแวะมาวัดอยู่เยอะเหมือนกันครับ

โคมยักษ์ข้างในยังปกติอยู่ ค่อยยังชั่วได้ถ่ายรูปกลับมา 555

ดึกๆนี่ก็สวยไปอีกแบบครับ

ร้านนี้ชื่อว่าร้าน อิมะฮัง อยู่ซอยข้างๆนี่เองครับ

อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารชุด สุกี้ยากี้ และ ชาบูชาบูครับ

เริ่มต้นด้วยชาบูชาบูก่อนครับ

ไหนๆก็มาแล้วสั่งคอสเนื้อแบบดีที่สุดมาเลย หน้าตาดีมากๆ

หม้อก็ต้มเครื่องอื่นๆไป ส่วนเนื้อก็จุ่มๆ ชาบูๆ

ชอบเข้มข้นๆก็ จิ้มน้ำจิ้มงา อา…..

ชอบแบบสดชื่นๆไม่เลี่ยนก็ น้ำจิ้มพอนสึ

อีกคอสก็สุกี้ยากี้ จัดมาโลดดด

จัดคอสเนื้อชั้นดีมาเลยยยยยยย

ลงกะทะ

ทางร้านเค้าจัดการให้เลยครับ

ได้ที่แล้วก็จิ้มไข่ดิบกินเลย เหนือคำบรรยาย

แบบนี้ต้องจัดข้าวมาซักถ้วยแล้ว

ความนุ่มของเนื้อ ความเข้มข้นของซอส รวมกับความกลมกล่อมของไข่ กินกับข้าวกี่ถ้วยก็ไม่พอ!!!!

มื้อนี้ด้วยความคึกค่าเสียหายเลยล่อไป 28,960เยนเลย แต่ด้วยรสชาติก็ถือว่าคุ้มค่าครับผม

ร้านอิมะฮัง
เปิดจันทร์-เสาร์
11:00~15:00
16:30~21:30(L.O.20:30)

วันอาทิตย์และวันหยุด
11:00~21:00(L.O.20:30)

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1311/A131102/13003656/dtlmap/

จากนั้นก็เดินเล่นแถบนั้นต่อ ตรงถนนใกล้ๆมีร้านกินดื่มริมทางอยู่ อารมณ์คล้ายๆบ้านเราเลยครับ

ตึกเบียร์อาซาฮีอันเลื่องชื่อย่านอาซากุสะ

โตเกียวสกายทรีตอนกลางคืนนี่ก็งามมากๆครับ

ร้านนี้เป็นร้านที่แก้มือจากทริปก่อนที่อดกินเพราะแกงหมดครับ ร้านแกงกะหรี่ Tomato เป็นร้านแกงกะหรี่อันดับ 1 ของโตเกียวเลยจาก Tabelog ครับ

จากสถานี Ogikubo เดินมาไม่นานก็ถึงครับ

ร้านเปิด 11.30 ครับ ผมมาถึงตอน 11.30 พอดี แต่ที่เห็นคือแถวยาวเหยียดเลยยย

คนด้านหน้าก็ดูคอมเมนท์ในเว็บ Tabelog อยู่

รอซักพักหันไปดูข้างหลังคนเพียบเลยยยยย

รอเกือบชม.ก็ใกล้ถึงคิวแล้ววว

สรุปกว่าจะได้เข้ามานั่งกินก็เสียเวลารอคิวประมาณ 1ชม.ครับ บรรยากาศภายในร้านครับ ที่ค่อนข้างน้อย

เมนูครับ มีทั้งเมนูแกงกะหรี่ต้นตำรับจากอังกฤษ

และสตูต่างๆ

สั่งสลัดแฮมสดมากินเล่นก่อน (840เยน)

ผักเย็นสดกรอบ และเย็นสดชื่นมากครับ แฮมก็เค็มกำลังดี อร่อยมากๆ

จานแรกครับ สตูฮังกาเรี่ยน (3,360เยน)

จานนี้ผมชอบมากๆเลยครับ เป็นสตูแบบฮังการี่ ใช้มะเขือเทศและปาปริก้าเป็นรสชาติหลัก ได้รสหวานธรรมชาติจากมะเขือเทศ

ใส่เนื้อวากิว หัวหอม และเห็ดลงไป จากนั้นก็ใส่ไวน์ขาวและครีมสดเพิ่มความละมุนลิ้น

สำหรับจานนี้กินกับข้าวขาว ลืมรสชาติไม่ลงเลยครับ

จานต่อมาเป็นแกงกะหรี่นมเนื้อลูกวัว เพิ่มผัก (1780เยน +480เยน)

แกงกะหรี่ที่นี่เข้มข้นมากๆครับ สำหรับเมนูนี้จะเป็นแบบเผ็ดน้อย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินเผ็ดแต่ได้รสชาติความเข้มข้นของแกงเต็มที่เลย

ต่อมาเป็นเมนูขายดีครับ วากิวบีฟคาเร แกงกะหรี่เนื้อวากิว เพิ่มชี้ส (1,890เยน+ 320เยน)

เข้มข้นมากๆเลยครับ ยิ่งใส่ชี้สยิ่งเข้มข้นเข้าไปใหญ่เลย เนื้อวากิวก็เคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกับแกงเลยครับ

ได้รสชาติจากเครื่องเทศเต็มๆเลยครับ รสชี้สก็ลดความแรงของเครื่องแกงลงได้ แต่กินไปเยอะๆก็ชักเลี่ยนๆเอาได้ครับจานนี้

ข้าวสำหรับแกงกะหรี่ครับ

ข้าวที่นี่จะหุงใส่ลูกเกดและใส่ชี้สเข้าไป เพื่อให้กินรสเผ็ดได้ง่ายขึ้นครับ

เครื่องเคียงของทางร้านครับ

เครื่องเทศที่ใช้ในแกงกะหรี่ร้านนี้ครับ

กินเสร็จแล้วออกมาคนก็รอคิวอีกเพียบเลย

สำหรับร้านนี้แกงกะหรี่รสชาติจะคนล่ะแบบกับแกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปนะครับ จะเน้นแกงข้นๆ เครื่องเทศจัดๆ ส่วนสตูนั้นรสชาติจะเน้นความละมุน ถ้าสั่งทั้งแกงและสตูทางร้านจะเสิร์ฟสตูให้ก่อน ซึ่งสตูในเมนูนั้นแล้วแต่วันนะครับว่าทางร้านจะทำอะไรครับ

ร้านโทเมโท
เปิด
11:30~13:30
18:30~20:30(หรือจนกว่าแกงจะหมด)

หยุดวันพฤหัส

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1319/A131906/13001113/dtlmap/

ต่ออีกร้านที่พลาดจากคราวที่แล้วเช่นกันครับ ร้านอุด้งอันดับ1 ของโตเกียวจาก สถาบัน Tabelog ร้านนี้อยู่ที่สถานี Akabane ครับ

เดินผ่านย่านการค้านี้ไป

ตัดออกมาเป็นถนนย่านที่อยู่อาศัยครับ ค่อนข้างเงียบ

แต่ตรงนี้มีร้านอุด้งเทพๆอยู่ ผมมาก่อนร้านเปิดราวๆ 30นาที ยังไม่มีคนมาต่อคิวครับ

ร้านอุด้งทำมือ สึมิตะ

เมนูอาหารและเวลาเปิดปิดครับ

เวลาผ่านไปไม่ถึง 5นาทีก็มีคนต่อคิวเพียบเลย โชคดีจริงๆที่มาได้จังหวะพอดี

พอได้เวลาร้านเปิดปุ๊บก็ได้เข้ามาสั่งเลย

คนเต็มร้านเลย

ภายในร้านครับ ตรงหัวมุมเคาเตอร์มีที่ต้มโอเด้งด้วย ที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องโอเด้งเหมือนกัน

สั่งโอเด้งมากินก่อนครับ ได้ไวเพราะเค้าต้มไว้อยู่แล้ว สั่งแบบโอมะกาเสะ คือตามใจเชฟ (550เยน)

เริ่มต้นด้วยบุกก้อน สัมผัสหยุ่นๆกรุบๆ น้ำเข้าเนื้อ อร่อยมากครับ

ตามด้วยชิคุวะ หอมมากๆ รสน้ำซุปผสมกับรสชิคุวะ เยี่ยมเลยครับ

เนื้อตุ๋น นุ่มมากๆเลย เคี่ยวทิ้งไว้จนซุปกับเนื้อผสมกลมกลืนกัน แป๊บเดียวหมด

ไชเท้า ปกติผมก็ชอบอยู่แล้ว นี่ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ไชเท้านุ่มมาก แต่ยังคงรูปอยู่ไม่เละ น้ำซุปซึมเข้าไปถึงแกนกลางเลยครับ

ตบท้ายด้วยไข่ต้ม

ซุปเข้าไปถึงไข่แดงเลย

ตามด้วยเทมปุระครับ อันนี้สั่งแบบรวม (โมริอาวะเสะ) ราคา 850เยน

มีทั้งกุ้ง 2ตัว และผักนานาชนิดครับ

น้ำจิ้มเทมปุระครับ

ทอดอร่อยมากครับ ยิ่งกินพร้อมกับอุด้งนี่ ลืมอิ่มไปเลย

ของกินเล่นอีกอย่างที่ขายดีมากๆครับ เทมปุระไข่ยางมะตูม (250เยน)

ซีํดดด สุดๆๆๆๆๆๆๆ

ตัวเอกมาแล้วครับ ชามแรกเป็นแบบคาเคะ(อุด้งร้อน) อุด้งวากิวขนดำ (1,000เยน)

น้ำซุปกลมกล่อม เส้นอุด้งเหนียวหนึบ กับรสสัมผัสนุ่มๆแต่เข้มข้นของวากิว เท่าไหร่ก็ไม่พอครับ

ชามนี้เป็นตัวเอกของร้านครับ คาชิวาโอโระชิบุคคาเกะ (800เยน) ผมสั่งแบบเย็นครับ

จะมีเครื่องเป็นเทมปุระเนื้อไก่ 3ชิ้นครับ

เส้นแบบร้อนว่าเหนียวหนึบแล้ว แบบเย็นที่ผ่านการสะดุ้งน้ำเย็นยิ่งเหนียวหนึบเข้าไปใหญ่ ยิ่งเคี้ยวยิ่งเด่งสู้ฟัน

ตรงกลางมีไชเท้าขูด เพิ่มความสดชื่นของชามนี้ครับ

เวลากินก็คลุกรวมๆกัน ซัดแป๊บเดียวก็หมดชามเลย อร่อยสุดๆครับ

กินเสร็จออกมา คนรอคิวหน้าร้านเต็มเลยครับ

ร้านอุด้งทำมือสึมิตะ

11:00~14:00(L.O 13:45)
18:00~21:30(L.O 21:00)
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 11:00~15:00

หยุดวันจันทร์ และวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1323/A132305/13003783/dtlmap/

จากนั้นก็ไปเดินเล่นแถว ฮาราจุกุ ชิบูย่า ต่อครับ ถือว่าไปเดินย่อยไปในตัว

Takeshita Street คนเยอะมากๆ

ที่ชิบูย่าคนเพียบต่างจากย่านที่อยู่อาศัยเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง

จากชิบูย่าก็เดินเท้าไปร้านหมูทอดนาริคุระ รอบก่อนก็รีวิวไปแล้วครับ รอบนี้ขอซ้ำซักหน่อย

เดินผ่านย่านเกาหลี มีสินค้าของเกาหลีเพียบเลย

เดินมาร่วมเกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงครับ

มื้อเย็นพอดี คนรอคิวเพียบบบบ

ช่วงที่รอก็มีเมนูมาให้เลือกกันก่อน

แต่ผมเล็งเมนูพิเศษที่ติดที่ฝาผนังตรงนี้

ใกล้ถึงคิวแล้ว!!

ถึงคิวได้เข้ามานั่งซักที

มีสลัดมันฝรั่งมาให้กินเล่นก่อน

ตะเกียบพร้อม

เครื่องดื่ม จิงเจอร์เอล

จานแรกมาแล้วครับ โทคุฮิเรคัตสึ (2,400เยน) เป็นเนื้อสันใน เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบมันๆครับ

ทอดได้สวยงามมากๆ เป็นแบบมิเดี่ยมพอดีๆ เนื้อสันในที่นี่จะนุ่มและฉ่ำมากๆ

ส่วนจานนี้เป็นจานพิเศษที่ไม่มีในเมนูครับ จะเป็นเมนูติดที่ผนังร้าน นั่นก็คือ หมูคินกะทง ส่วนสันทอดพิเศษ (3,600เยน) ซึ่งหมูคินกะทงนี่เป็นหมูพันธุ๋พิเศษ ที่มีหัวกับหางเป็นสีดำแบบหมูดำ ส่วนตัวนั้นเป็นสีชมพูครับ

ทอดมาสีเหลืองทองสวยงามมากๆ

ส่วนด้านในเป็นสีอมชมพู น้ำในเนื้อฉ่ำสุดๆ

ดูรอยตัดของเนื้อนะครับ น้ำจากเนื้อเพียบเลย

อีกชิ้น

โป๊ะข้าวกิน แค่ใส่เกลือนิดหน่อย ก็ได้รสหวานจากเนื้อหมูสุดๆล่ะครับ

นุ่มมมม หวานนนน ฟินนนน สุดๆ

ในชุดก็มีซุปมิโสะ ซุปที่นี่ก็อร่อยครับ

เครื่องเคียงและผักดอง

ตอนออกมาก็มีคนรอคิวอีกเพียบเลยครับ

ร้าน Narikura
เปิด 11.00-14.00
และ 17.30-22.00 (L.O.21.00)

หยุดวันอังคาร

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1305/A130503/13114695/dtlmap/

มาร้านราเม็งกันบ้างครับ ร้านนี้จะอยู่นอกเมืองนิดนึง มาที่สถานี Kameari

ที่นี่ตรงทางออกจะเห็นรูปปั้นจากการ์ตูนตำรวจชื่อดัง Kochi Kame ที่อยู่คู่ Jump มาอย่างยาวนาน

เดินราวๆ 5นาที ก็ถึงร้านแล้วครับ

ขนาดมารอล่วงหน้าร่วมครึ่ง ชม. ก็มีคนมารอก่อนหน้านี้แล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า ร้านสึเคะเมน มิจิ ขึ้นชื่อเรื่องสึเคะเมนมากๆ

พอรอได้ซักพักก็มีคนมาต่อคิวเพียบเลย ขนาดเป็นวันฝนตกนะเนี่ย

แต่วันนี้ไม่มีสึเคะเมนขายครับ ที่นี่เค้าจะมีบางวันที่จะขายเฉพาะชิโอราเม็งอยู่ (วันจันทร์-อังคาร)

แต่มาถึงนี่แล้วอะไรก็กินล่ะคร๊าบบบ ที่นี่เป็นระบบหยอดตู้กดเอาครับ

หยอดเสร็จก็มานั่งรอราเม็งเลย

ถ้าใครชอบรสเกลือ หรือชอบรสจัดก็ปรุงเพิ่มได้ครับ

พ่อครัวทำราเม็งได้คล่องแคล่วมากๆ

ใส่ซอสชิโอะลงไป

ได้แล้วครับ ชิโอราเม็งแบบพิเศษ (1,000เยน)

ไข่ยางมะตูม น่ากินมากกกกก

มีเกี๊ยวกุ้งด้วย

ด้านบนท้อปปิ้งด้วยเนงิ

ชาชูมี 2 ชิ้น หน้าตาดีมากๆ

น้ำซุปขอบอกว่า กลมกล่อม อร่อยมากกกกกกกกก เพิ่งเคยกินชิโอะราเม็งอร่อยๆก็ครั้งนี้ล่ะครับ

เส้นก็เป็นขนาดกลาง แบบหยักเล็กน้อย เหนียวนุ่มเข้ากับน้ำซุปสุดๆ

หมูชาชูก็อร่อย

เกี๊ยวกุ้งก็เป็นกุ้งทั้งตัวเลย สด หวาน กรอบ

มีเลมอนมาให้ด้วยครับ ลองบีบใส่ดู เข้ากันมากๆ น้ำซุปมีรสเลมอนนิดๆ ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดีเยี่ยมเลย

สั่งเนยมาเพิ่มครับ (50เยน)

ใส่เนยลงไปยิ่งช่วยเพิ่มความกลมกล่อมของซุปได้อีก

กินเสร็จออกมา ก็มีคนรอคิวเพียบเลย

ร้านราเม็งมิจิ

เปิดตั้งแต่ 11.30 จนกว่าซุปจะหมด

วันจันทร์, อังคาร จะขายชิโอะราเม็ง ส่วนวันอื่นๆจะเป็นสึเคะเมนครับ (แต่บางวันอาจจะขายชิโอะราเม็ง แล้วแต่ทางร้านอีกที)

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1324/A132403/13094595/dtlmap/

ปิดท้ายกันด้วยร้านซูชินากามุระครับ ร้านนี้มาจากที่พี่ณต (@panotr) เอาลิงก์ youtube นี้มาให้ดู

ได้โอกาสก็ต้องขอไปลองซักหน่อย ร้านนี้โทรจองล่วงหน้าราวๆ 1สัปดาห์ครับ ตอนแรกเกือบไม่ได้ แต่พอดีมีเวลาลงโชคดีพอดี

หน้าร้านครับ ดูขลังมากๆ

ป้ายร้านนิดเดียวเอง

ภายในร้านครับ

มุมชงชา ที่นี่ก็จะชงชาแก้วต่อแก้วเลย

ชาที่นี่อร่อยมากๆครับ

ชามแรกเป็นซุปหมูรสชาติอ่อนๆ กินให้ผ่อนคลาย

ต่อด้วยหอยอาซาริ เนื้อชิ้นโต เต่งตึงมากครับ เคี้ยวทีก็ออกรสหวานออกมาเลย

แล้วก็ทาโกะ เป็นทาโกะที่นุ่มมากๆ รสชาติก็อร่อย

มีเสิร์ฟขิงดองมาให้กินแกล้ม

ไชเท้าดองและคัมเปียวครับ อร่อยมากๆ อันนี้เค้าเติมเรื่อยๆ ผมก็กินเรื่อยๆ 555

สาหร่ายคอมบุ และแตงกวารูปดาว สาหร่ายกรุบกรอบมากๆ แตงกวาชิ้นแค่นี้แต่น้ำเยอะสุดๆ ออกรสหวานด้วยครับ

ปลาซัมมะในฤดูกาลย่าง ใส่ไชเท้าสับปรุงรสมาให้แล้ว ปลาซัมมะในฤดูกาลมันจะเยอะ เคี้ยวทีรสชาติปลากระจายไปทั่วปากเลยครับ

หอยอาวาบิ อันนี้ตกใจสุดๆครับ ปกติหอยอาวาบิจะเหนียวมากๆ ถ้าร้านเจ๋งๆอย่างซูชิโยชิทาเกะก็จะเป็นอาวาบินุ่มๆ แต่ที่นี่จะเป็นอาวาบิกรุบกรอบ คือเคี้ยวออกกรุบๆเลย ชอบมากๆครับ

ซาซิมิปลาโอโกเซะ ตรงกลางเป็นเครื่องในปลารสเข้มข้นเข้ากับเนื้อปลาเนื้อแน่นๆ เพลินเลยครับ

น้ำจิ้มครับ

ซูชิคำแรกมาแล้ว มาถึงก็จูโทโร่ก่อนเลย เป็นจูโทโร่ตามธรรมชาติ มันไม่เยอะเกินไปจนเสียรสชาติ เนื้อนุ่มละลาย แต่ได้สัมผัสของการเคี้ยวอยู่

อากะไก หวาน กรุบกรอบ ไม่เหม็นคาวเลย

เคนซากิอิกะ เป็นปลาหมึกจากคิวชู รสหวานอร่อยมากกกกกก เป็นอิกะที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยครับ

คุรุมะเอบิ กุ้งตัวโตเนื้อแน่นๆ เป็นแบบสดๆเลยได้รับรสกุ้งอย่างเต็มที่

มากุโร่สึเคะ หมักซอสได้อร่อยกลมกล่อมกำลังดีเลยครับ

อุนิ ปั้นแบบนิงิริ ที่สุดของอุนิที่เคยกินล่ะครับ ปกติอุนิจะทำแบบกุงกันมากิจะมีสาหร่ายห่อ แต่ก็จะกลบรสอุนิไปพอควร อันนี้ได้รสชาติแบบเต็มๆเลย

ปลาไท เนื้อแน่น รสหวาน อร่อย

ซาวาระดอง ดองได้อร่อยมากๆครับ รสเข้มข้นของซาวาระ กับรสดองเปรี้ยวนิดๆดึงรสหวานออกมา ชอบมากๆเลยครับ

อิคุระด้งครับ

แต่ที่นี่ระหว่างข้าวกับอิคุระ จะใส่เครื่องในปลาลงไปเพิ่มความเข้มข้นด้วย รสข้าวซูชิผสานกับความเข้มข้นของเครื่องในปลา บวกกับสัมผัสและรสชาติของอิคุระแจ่มสุดๆ

โอโทโร่ครับ ละลายหายแว๊บในปากเลย

ซุปมิโสะ ล้างรสมันจากโอโทโร่คำเมื่อกี้

ต่อด้วยพระเอกของซูชิตำรับเอโดะ อานาโงะ ของที่นี่อานาโงะนุ่มฟูมากๆ ใส่ปากปุ๊บละลายหายไปเลย รสชาติซอสก็อร่อยไม่หวานเกินไป ว่ากันว่าร้านซูชิดีไม่ดี อยู่ที่ซอสอานาโงะนี่ล่ะครับ

ซูชิเบาๆ ซูชิเห็ดชิตาเกะ หรือเห็ดหอมนี่ล่ะครับ เกิดมาเพิ่งจะเคยกินซูชิแบบนี้ เห็ดหอมที่นี่ชิ้นใหญ่มาก และเชฟก็หมักเห็ดหอมกับซอสและซับน้ำส่วนเกินออก พิถึพิถันมากๆ ปกติผมไม่ค่อยชอบกลิ่นเห็ดหอม แต่ที่นี่ซอสกลิ่นเห็ดหอมและข้าวซูชิลงตัวมากๆ

ปิดท้ายด้วยทามาโกะครับ นุ่มฟูเหมือนขนมหวานเลย

ที่นี่จะมีเครื่องดื่มเป็นน้ำออนเซ็นให้กินตบท้ายด้วยครับ ช่วยให้ชื่นปากมากๆ

ตบท้ายด้วยรูปเชฟนากามุระครับ

สำหรับร้านนี้ส่วนตัวแล้วผมว่าเทียบเท่ากับซูชิมิชลิน 3 ดาวได้เลย (ร้านนี้ได้ 1ดาว) บางอย่างก็อร่อยกว่าด้วย อาจจะติดเรื่องรูปร่างความสวยงามของซูชิครับที่ยังสู้ไม่ได้ ส่วนราคาอันนี้มากัน 3 คน ค่าเสียหายอยู่ที่ 57,200 เยน (มีเบียร์ 4ขวด พอดีพาทีมงานมาเลี้ยง) ซึ่งถูกกว่าซูชิย่านกินซ่าพอสมควรครับ

ซูชินากามูระ
เปิด 18.00-24.00
หยุดวันอาทิตย์ วันหยุดราชการ และวันเสาร์(ไม่แน่นอน)

ควรโทรจองก่อนนะครับ เบอร์ร้าน 03-3746-0856

แผนที่ http://tabelog.com/tokyo/A1307/A130701/13003314/dtlmap/

ภาคผนวกครับ

นี่คือหน้าตาหมูกินกะทงที่ว่า เป็นหมูแบรนด์จากฮิราโบคุ จังหวัดยามากะตะ ในแถบโทโฮคุครับ

ภาพจาก http://yamagata-furusato.jp/s_hiraboku2.html

ส่วนอันนี้เป็นหน้าตาของปลาโอโกเสะ

ภาพจาก http://www.zukan-bouz.com/kasago/oniokoze/oniokoze.html

เคนซากิอิกะ ปลาหมึกนี้มีชื่อเรียกอื่น เช่น อากะอิกะ (ปลาหมึกแดง) ที่มีชื่อเรียกแบบนี้เพราะว่าตอนยังไม่ตายจะมีสีแดงครับ

ภาพจาก http://www.zukan-bouz.com/nanntai/yariika/kensakiika.html

ตอนยังเป็นๆจะมีสีแดงสดแบบนี้เลยครับ

ภาพจาก http://higeazarashi.cocolog-nifty.com/suichumegane/2008/12/post-310a.html

ส่วนแตงกวารูปดาวที่เห็นนั้น เค้าจะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า เดโกะคิว เป็นแม่พิมพ์ไว้บังคับรูปทรงแตงกวาตอนปลูกครับ นอกจากรูปดาวแล้วยังมีรูปหัวใจอีกด้วย

หน้าตาเดโกะคิว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://ameblo.jp/daisuki-ayumi/entry-11544556512.html